ครึ่งปีหลัง จีนจะพุ่งเป้าการทำงานไปด้านใด?

2020-06-23 17:01:30 | CRI
Share with:

圖片默認標題_fororder_20200622下半年中國要全力做哪些事兒1

ช่วงครึ่งแรกของปีนี้ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจสังคมประเทศต่างๆทั่วโลก รวมถึงประเทศจีน  แม้จีนได้ผลคืบหน้าในการต้านโควิด-19 ในขั้นพื้นฐาน ท้องที่ต่างๆก็เริ่มฟื้นฟูการทำงานและการผลิตสู่ภาวะปกติตามระเบียบ การบริโภคด้านต่างๆในจีนก็เริ่มฟื้นตัวขึ้น แต่ถึงปัจจุบัน สถานการณ์โรคดังกล่าวยังไม่สิ้นสุดลงโดยสิ้นเชิง การให้เศรษฐกิจสังคมฟื้นตัวนั้น จีนยังต้องทุ่มเทกำลังในงานด้านต่างๆอีกมากมาย

ในการประชุมกรมการเมืองกลางและการประชุมสองสภาที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ต่างได้เน้นงานประกันการมีงานทำและการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานของประชาชน แสดงให้เห็นว่า ทางการจีนให้ความสำคัญต่องานสองด้านนี้เป็นพิเศษ

การมีงานทำเป็นพื้นฐานของการครองชีพในสังคม เนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 อุปสงค์การใช้คนงานของวิสาหกิจต่างๆลดน้อยลง การรับสมัครงานจำนวนไม่น้อยถูกเลื่อนเวลาหรือยกเลิกไป ทำให้การมีงานทำในสังคมต้องประสบความกดดันมากขึ้น ช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ผู้มีงานทำที่เพิ่มขึ้นใหม่ในเมืองต่างๆทั่วประเทศจีนมี 2,290,000 คน ซึ่งน้อยกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 950,000 คน

พร้อมกับสถานการณ์โรคดีขึ้นและเร่งการฟื้นฟูการทำงาน การมีงานทำภายในประเทศก็มีแนวโน้มดีขึ้น แต่แวดวงส่วนหนึ่งก็ยังต้องเผชิญกับความกดดันไม่น้อย โดยเฉพาะในหมู่แรงงานเกษตรกรและนักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษา มีความกดดันในการหางานมากกว่า สถิติระบุว่า ผู้หางานทำในเมืองจากชนบทและผู้จบการศึกษาใหม่ในวัย 20-24 ปี มีอัตราการว่างงานสูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วประเทศอย่างมาก

การหางานยากของผู้คน และการเพิ่มกำไรยากของวิสาหกิจนั้น ทำให้ประชาชนสร้างรายได้ยาก ช่วงไตรมาสแรกปีนี้ รายได้เฉลี่ยต่อคนของจีนลดต่ำลง 3.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ในจำนวนนี้ รายได้เฉลี่ยต่อคนในเขตชนบทลดลง 4.7%

ต่อปัญหานี้ รัฐบาลจีนได้ใช้ปฏิบัติการแล้ว โดยใช้มาตรการต่างๆในการสนับสนุนการมีงานทำ และลดผลกระทบจากสถานการณ์โรคต่ำลง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์นี้ ทางการท่องถิ่นต่างๆได้ลดหรือยกเลิกการเก็บค่าประกันสังคมจากวิสาหกิจเป็น 123,900 ล้านหยวน ต่อจากนั้น ยังมีการใช้มาตรการที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย คาดว่าถึงปลายเดือนมิถุนายนนี้ จะลดหรือยกเลิกการเก็บค่าประกันสังคมทั้งหมด 500,000 ล้านหยวน

ต่อปัญหาที่รายได้ประชาชนลดน้อยลง ทางการท้องถิ่นต่างๆก็ออกนโยบายสนับสนุน ไตรมาสแรกปีนี้ เงินบำนาญของผู้เกษียณทั่วประเทศเฉลี่ยต่อคนเพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว เงินอุดหนุนและเงินชดเชยสำหรับผู้คนในเขตชนบทเพิ่มขึ้น 10.5% เงินชดเชยค่าครองชีพของเกษตรกรเพิ่มขึ้น 13.1%

การประชุมสองสภาของจีนปีนี้ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ผู้ยากจนจะถูกกระทบมากกว่า ดังนั้น ไม่ว่าสภาพการคลังลำบากแค่ไหน ก็ต้องประกันการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานของกลุ่มผู้ยากจน เป้าหมายงานที่เป็นรูปธรรมก็คือ ปีนี้ต้องบรรลุเป้าหมายการขจัดความยากจนเป็นผลสำเร็จ ให้หลักประกันการตกงานในขอบเขตกว้างขึ้น เพื่อประกันให้ประชาชนดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานอย่างมีเสถียรภาพ

การประกันการดำรงชีวิตของประชาชนนั้น ยังไม่อาจมองข้ามผู้ประกอบการในตลาดได้ ตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 เป็นต้นมา ธุรกิจต่างๆ รวมถึงร้านอาหาร โรงแรม ตลาดค้าขาย การท่องเที่ยว และการบันเทิงในร่ม เป็นต้น ต่างประสบผลกระทบอย่างหนัก เป็นเหตุให้การบริโภคและการประกอบธุรกิจดั้งเดิมลดลงอย่างมาก วิสาหกิจจำนวนไม่น้อยตกอยู่ในภาวะลำบากหรือล้มละลาย

圖片默認標題_fororder_20200622下半年中國要全力做哪些事兒2

สถิติระบุว่า ช่วงไตรมาสแรกปีนี้ มูลค่าเพิ่มจากธุรกิจโรงแรมที่พักและร้านอาหารลดลง 35.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว มูลค่าเพิ่มจากธุรกิจขายส่งและขายปลีกลดลง 17.8% มูลค่าเพิ่มจากธุรกิจโลจิสติกและไปรษณีย์ลดลง 14.0% ส่วนมูลค่าเพิ่มจากอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ลดลง 26.0%

ในส่วนผู้ประกอบการของตลาด วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นกำลังสำคัญในการสร้างโอกาสทำงาน แต่วิสาหกิจเหล่านี้ส่วนใหญ่มีศักยภาพค่อนข้างอ่อนในการทนความเสี่ยง ขณะเกิดสถานการณ์โควิด-19 ปีนี้ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับวิกฤตร้ายแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อน

นายเหลียน ผิง นักเศรษฐศาสตร์จีนกล่าวว่า เนื่องจากเกิดสถานการณ์โรคระบาด วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต้องประสบผลกระทบอย่างหนัก รัฐบาลจีนควรออกนโยบายและใช้มาตรการที่เป็นประสิทธิผล เพื่อให้วิสาหกิจเหล่านี้พ้นจากวิกฤตได้

เขาชี้ให้เห็นว่า ในช่วงเกิดสถานการณ์โรคระบาดปีนี้ รายได้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมลดน้อยลงอย่างมาก แต่ยังต้องรักษาค่าใช้จ่ายบางส่วนตามปกติ เช่น เงินเดือนพนักงาน ภาษี ค่าเช่าที่ เงินบำนาญ และค่าประกันสังคม เป็นต้น เป็นเหตุให้วิสาหกิจจำนวนไม่น้อยขาดแคลนกระแสเงินสด และตกอยู่ภาวะลำบากในการประกอบการ ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากนโยบายการคลังและการเงินที่มีประสิทธิผล

เป้าหมายของนโยบายเหล่านี้คือ ช่วยเหลือวิสาหกิจให้เพิ่มกำไรและเพิ่มโอกาสการทำงานมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญเสนอว่า ช่วงปัจจุบัน ภาวะเศรษฐกิจซบเซา ควรลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อให้วิสาหกิจลดต้นทุนหนี้สินให้ต่ำลง และกระตุ้นอุปสงค์ให้เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน โครงการก่อสร้างของรัฐบาลควรเปิดโครงการโดยเร็ว ซึ่งเป็นผลดีต่อการสร้างโอกาสการมีงานทำในธุรกิจต่างๆที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น

ช่วงนี้ แม้ศักยภาพการผลิตของจีนกำลังได้รับการฟื้นฟูอย่างเห็นได้ชัด แต่การแพร่ระบาดของโควิต-19 ในทั่วโลกยังไม่สิ้นสุดลง อุปสงค์และอุปทานของตลาดนอกประเทศยังถูกกระทบอยู่อย่างต่อเนื่อง ช่วงไตรมาสที่ 2 ภาวะเศรษฐกิจโลกย่อมจะซบเซาลงอีก จีนจึงต้องป้องกันและรับมือกับการท้าทายจากไวรัสดังกล่าวรอบที่ 2 และมีภาวะลำบากยิ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจขั้นต่อไป

ด้วยเหตุนี้ มีผู้เชี่ยวชาญเสนอว่า งานที่ต้องเร่งทำขณะนี้คือ ใช้มาตรการรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะควรให้ความสำคัญต่อธุรกิจต่างๆที่อาศัยการส่งออกผลิตภัณฑ์และนำเข้าวัตถุดิบค่อนข้างมาก

แต่อย่างไรก็ตาม ชาวจีนยังมีความมั่นใจต่อการเอาชนะโควิด-19 และฟื้นฟูการเติบโตทางเศรษฐกิจในวันข้างหน้า ขอแต่ให้ชาวโลกมีความสามัคคี ย่อมผ่านพ้นจากวิกฤตรอบนี้ได้

Yim/Sun

00:00:00

  • เสียงคุยกันวันละประเด็น (03-12-2563)

  • เสียงข่าวประจำวัน (02-12-2563)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (02-12-2563)

  • เสียงคุยกันวันละประเด็น (02-12-2563)

  • สานสัมพันธ์ไทย-จีน (01-12-2563)

何喜玲